ยะซีดให้ทางเลือกแก่พวกเขาว่าจะอยู่ต่อในดามัสกัสหรือจะกลับไปมะดีนะฮ์ เมื่อซัยนับ (อ.) ตัดสินใจกลับสู่มะดีนะฮ์ เขาจึงเรียกนุอ์มาน อิบนุ บะชีร ซึ่งเคยเป็นสหายของท่านศาสดา (ซ็อลฯ) และสั่งให้จัดเตรียมการเดินทางอย่างเหมาะสม ทั้งกองทหารม้า กองทหารเดินเท้า และเสบียงเพียงพอถูกจัดเตรียมไว้ เปลหามที่ประดับตกแต่งงดงามด้วยเบาะกำมะหยี่ก็ถูกนำมาให้ใช้ แต่ซัยนับ (อ.) สั่งให้คลุมด้วยผ้าดำทั้งหมด เพื่อให้ผู้คนรู้ว่าผู้เดินทางเหล่านี้กำลังไว้ทุกข์
เมื่อชาวดามัสกัสทราบว่าครอบครัวของศาสดาจะออกจากเมือง บรรดาสตรีก็พากันมาที่บ้านเพื่ออำลาเป็นครั้งสุดท้าย หลายคนเดินร่วมไปกับคาราวานช่วงหนึ่งก่อนจะหันกลับด้วยหัวใจอันหนักอึ้ง
ตลอดการเดินทาง นุอ์มาน อิบนุ บะชีร ปฏิบัติต่อคณะผู้เดินทางอย่างเคารพและเอื้อเฟื้อเสมอ
เมื่อหยุดพักในแต่ละแห่ง เต็นท์ของบุรุษจะตั้งห่างจากเต็นท์ของสตรีถึงหนึ่งไมล์ เพื่อให้สตรีสามารถเคลื่อนไหวได้โดยไม่ถูกสายตาของคนแปลกหน้า ทุกแห่งที่หยุดพักจะมีการจัดมัจลิศไว้อาลัย และผู้คนจำนวนมากเดินทางมาฟังจนรับรู้ความจริงของเหตุการณ์
คาราวานเดินทางกลับสู่มะดีนะฮ์โดยผ่านการ์บาลา และเมื่อมาถึง พวกเขาพบญาบีร อิบนุ อับดุลลอฮ์ อันซอรี พร้อมหัวหน้าหลายท่านจากบะนีฮาชิมซึ่งมาที่นั่นเพื่อเคารพหลุมศพของอิมาม ฮุเซน (อ.)
มีการบันทึกว่าคณะผู้เดินทางได้นำศีรษะของหัวหน้าผู้สังเวยมาจากดามัสกัสด้วย และที่การ์บาลานั้นเอง ศีรษะของท่านได้ถูกประกบคืนร่างโดยมือของอิมาม ซัยนุ้ล–อาบิดีน (อ.)
ก่อนออกเดินทางต่อ มีการจัดมัจลิศครั้งยิ่งใหญ่ ณ กัรบาลา เพื่อรำลึกถึงอิมาม ฮุเซน (อ.) และผู้สังเวยของเขาอย่างสมเกียรติ
เมื่อถึงเวลาที่ต้องออกจากกัรบาลา ซัยนับ (อ.) ปรารถนาจะอยู่เคียงหลุมศพพี่ชายไปจนวันสุดท้ายของชีวิต ทว่าอิมาม ซัยนุ้ล–อาบิดีน (อ.) อ้อนวอนให้เธอไม่ทอดทิ้งพวกเขา สุดท้ายเธอยอมใจอ่อนและจำยอมกลับสู่มะดีนะฮ์
ทุกแห่งที่คาราวานหยุดพักระหว่างทางไปมะดีนะฮ์ จะมีการจัดมัจลิศไว้อาลัยขึ้น ผู้คนมารวมตัวกัน ฟังเรื่องราวแห่งการเสียสละ และรับรู้ความจริงของการ์บาลาอีกครั้ง เมื่อเมืองมะดีนะฮ์เริ่มปรากฏให้เห็น ซัยนับ (อ.) ขอให้บรรดาสตรีลงจากหลังอูฐแล้วตั้งเต็นท์ ธงดำถูกชูขึ้นสูงเป็นสัญลักษณ์แห่งความเศร้า
เมื่อชาวเมืองรู้ข่าวว่าครอบครัวศาสดากำลังกลับมา พวกเขาออกมาต้อนรับกันเป็นจำนวนมาก และอีกครั้งหนึ่ง ซัยนับ (อ.) ได้เล่าเหตุการณ์ที่การ์บาลา พร้อมทั้งความทุกข์ยากอันสาหัสจากการถูกจองจำให้ผู้คนฟัง
หลังจากนั้นไม่นาน อิมาม ซัยนุ้ล–อาบิดีน (อ.) ขอให้บรรดาสตรีเตรียมตัวเข้าสู่เมือง พวกเธอเดินเท้าเข้าสู่มะดีนะฮ์พร้อมธงดำโบกสะบัดอยู่เบื้องหน้า ซัยนับ (อ.) ตรงไปยังหลุมฝังศพท่านศาสดา (ซ็อลฯ) เธอทำละหมาดและเล่าแก่ปู่ถึงเหตุการณ์สังหารโหดที่พรากชีวิตหลานชายอันเป็นที่รักของท่าน
ซัยนับ (อ.) กลับสู่มะดีนะฮ์ในสภาพที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ผมของเธอขาวโพลน หลังของเธองอค่อม แม้หลังกลับมาจะได้พบกับสามีอีกครั้ง แต่เธอก็มีชีวิตอยู่ต่อได้ไม่นานนัก ภายหลังจากแบกรับบททดสอบอันหนักหน่วง สถานที่และวันที่แน่นอนของการเสียชีวิตของเธอไม่ปรากฏชัด ทว่ามีความเป็นไปได้สูงว่าเธอสิ้นชีวิตในปี 62 ฮ.ศ. ราวหกเดือนหลังการกลับสู่มะดีนะฮ์