ชะตากรรมที่รออยู่เบื้องหน้า

3

เมื่อซัยนับ (.) ทราบว่าพี่ชายตั้งใจจะเดินทางไปกูฟะฮ์ เธอขออนุญาตสามีเพื่อร่วมเดินทางด้วย อับดุลลอฮ์พยายามเตือนว่าเส้นทางนั้นเต็มไปด้วยความลำบากและอันตราย แต่ซัยนับยืนกราน เธอกล่าวว่า

มารดาไม่ได้เลี้ยงฉันมาเพื่อยืนดูอยู่ห่าง ในวันที่พี่ชายต้องเผชิญศัตรูเพียงลำพัง ไม่มีมิตร ไม่มีผู้สนับสนุน ท่านก็รู้ดีว่าเราทั้งสองไม่เคยแยกจากกันตลอดห้าสิบห้าปีของชีวิต ตอนนี้เราเข้าสู่วัยชรา หากฉันทิ้งเขาในเวลานี้ ฉันจะมีหน้าไปพบมารดาได้อย่างไร เมื่อในวาระสุดท้ายท่านได้สั่งไว้ว่าซัยนับ หลังฉันไป เจ้าคือทั้งแม่และพี่สาวของฮุเซนฉันย่อมมีหน้าที่ต้องอยู่กับท่าน แต่หากฉันไม่ไปกับพี่ชายวันนี้ ฉันจะไม่อาจทนการพลัดพรากได้เลย

อับดุลลอฮ์เองตั้งใจจะร่วมเดินทางกับอิมาม แต่ด้วยร่างกายอ่อนแอเพราะเจ็บป่วย เขาจึงยินยอมให้เธอไปตามชะตาที่ถูกลิขิต พร้อมส่งบุตรชายสองคนร่วมทางไปด้วย

ซัยนับ (.) เตรียมใจมาตลอดชีวิตสำหรับชะตากรรมที่ถูกกำหนดไว้สำหรับเธอและพี่ชาย เธอยอมเผชิญบททดลองแห่งกัรบาลา มากกว่าจะยอมแยกจากเขาแม้เพียงก้าวเดียว

เมื่อการตัดสินใจออกเดินทางเป็นที่แน่ชัด อิมาม ฮุเซน (.) สั่งให้เตรียมเปลหามสำหรับสตรีในครอบครัว อบุลฟัฎล์ อับบาส พี่น้องร่วมบิดา ช่วยประคองซัยนับ (.) และอุมมุกุลซูมขึ้นเปลหาม ตามด้วยเด็กหญิงสองคน คือฟาติมะฮ์ กุบรอ และซากีนะฮ์ บุตรสาวของอิมาม ฮุเซน (.)

วันแรกของการเดินทางผ่านไป ขบวนหยุดพักแรมในคืนแรกที่คุซัยมียะฮ์ ในระหว่างที่ซัยนับ (.) ดูแลความสะดวกสบายของพี่ชาย เขากล่าวเบา ว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ถูกกำหนดไว้ตั้งแต่ช้านานแล้ว

ต่อมาเมื่อขบวนเดินทางถึงรุฮัยมะฮ์ พวกเขาพบว่าหนทางเบื้องหน้าถูกปิดกั้นโดย ฮูร อิบนุยาซีด อัรริยาฮี ซากีนะฮ์เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและรีบไปบอกซัยนับ (.) ซัยนับก็ร้องไห้และกล่าวกับนางว่าขอให้ศัตรูฆ่าพวกเราทั้งหมดเสีย ยังดีกว่าที่เขาจะสังหารพี่ชายของฉัน

เมื่ออิมามฮุเซน (.) ได้ยินเสียงสะอื้นของซัยนับ (.) ท่านเดินไปยังเต็นท์ของนาง ซัยนับจึงกล่าวว่า

โอ้พี่ชาย จงพูดกับพวกเขา บอกพวกเขาถึงความใกล้ชิดของท่านกับศาสดา และสายสัมพันธ์ของท่านในครอบครัวของท่าน

อิมาม ฮุเซน (.) ตอบว่าโอ้น้องสาว ข้าได้พูดกับพวกเขามากแล้ว ข้าได้พยายามเกลี้ยกล่อม แต่พวกเขากลับจมอยู่กับความหลงผิดและความทะยานอยาก จนไม่อาจละทิ้งเจตนาร้ายของพวกเขาได้ พวกเขาจะไม่หยุดจนกว่าจะได้สังหารข้า และเห็นข้าล้มลงในกองเลือดของตัวเอง โอ้น้องสาว ขอให้เจ้าอดทนต่อบททดสอบที่กำลังจะมาถึง ปู่ของเราได้บอกข้าเกี่ยวกับการพลีชีพครั้งนี้ และคำพยากรณ์ของท่านไม่เคยผิดพลาด

คณะของอิมาม ฮุเซน (.) เดินทางถึงกัรบาลาในวันที่ 2 มุฮัรรอม แต่ผู้ที่เคยส่งจดหมายเชิญท่านไปกูฟะฮ์กลับไม่อยู่เคียงข้างอีกต่อไป หลังทราบความเคลื่อนไหวของประชาชน ยาซีดได้แต่งตั้งอิบนุ ซียาด ผู้ว่าการกูฟะฮ์ เพื่อควบคุมสถานการณ์ เขาดำเนินการรุนแรงและใช้กลวิธีข่มขู่ จนผู้สนับสนุนส่วนใหญ่ของอิมามถอนตัวออกไป กองกำลังจำนวนมากถูกส่งมาประชิดพื้นที่ใกล้กัรบาลา

เมื่อเต็นท์ถูกตั้งขึ้น อิมาม ฮุเซน (.) ใช้เวลายามค่ำคืนทำควาทสะอาดดาบพร้อมท่องกลอนที่สื่อถึงชะตากรรมของตน บุตรชายของเขา อิมามซัยนุลอาบิดีน (..) ฟังอย่างสงบแต่เต็มไปด้วยความเศร้า เมื่อซัยนับ (.) ได้ยิน เธอไม่อาจกลั้นน้ำตาและเดินไปหาพี่ชาย อธิษฐานขอให้ความตายมาถึงตัวเธอแทน

อิมาม ฮุเซน (.) จึงเตือนเธอไม่ให้ปล่อยให้ชัยฏอนมาพรากความเข้มแข็งและความอดทนในใจของเธอไป

เธอถามว่าจะสามารถสละชีวิตแทนเขาได้หรือไม่ และเมื่อได้คำปฏิเสธ เธอถึงกับหมดสติ เมื่อฟื้นขึ้นมา อิมามกล่าวกับเธอว่าทุกสิ่งล้วนถึงความดับสูญ จุดจบอยู่ในพระหัตถ์ของอัลลอฮ์ และทุกชีวิตย่อมกลับคืนสู่พระองค์ บิดาและปู่ของเราประเสริฐยิ่งกว่าข้ามาก แต่พวกเขาอยู่ที่ไหนในวันนี้? แบบอย่างของพวกท่านคือมาตรฐานสำหรับข้า และสำหรับมุสลิมทั้งปวง

หลังกล่าวจบ อิมาม ฮุเซน (.) ขอให้ซัยนับ (.) อดทนและไม่แสดงความโศกเศร้าด้วยการตีอกชกตัว จากนั้นจึงพาเธอไปยังเต็นท์ของบุตรชาย อาลี ซัยนุลอาบิดีน (..) และปล่อยให้เธออยู่ที่นั่น แต่ซัยนับ (.) ยังคงโศกเศร้าอย่างหนัก และจากเหตุการณ์นี้เองที่เธอได้รับฉายา บากียะฮ์ (ผู้ร่ำไห้)

ในคืนก่อนวันที่ 10 มุฮัรรอม อิมาม ฮุเซน (.) กล่าวกับผู้ติดตามของเขา ทั้งจากกลุ่มอันศอรและบะนีฮาชิม ว่าพวกเขามีอิสระที่จะจากไป โดยยืนยันว่าการต่อสู้ที่จะเกิดขึ้นจะนำไปสู่ความตายอย่างแน่นอน และหากพวกเขาเลือกถอยกลับก็จะไม่ถูกตำหนิแต่อย่างใด

ในช่วงเวลาที่ความหวังริบหรี่และการสังหารหมู่ดูจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซัยนับ (.) ยังคงตั้งมั่นผ่านการละหมาดและการระลึกถึงเป้าหมายทางจิตวิญญาณสูงสุดซึ่งทำให้ครอบครัวของเธอต้องเผชิญบททดสอบนี้

ตามคำยืนยันของชิมร์ ระบุว่า อุมัร อิบนุ ซะอัด ได้เตรียมพร้อมเปิดฉากโจมตีกองกำลังที่เหลือน้อยของอิมาม ฮุซัยน (.)

เมื่อซัยนับ (.) ได้ยินเสียงโห่ร้องเตรียมรบของกองทัพที่กำลังรุกเข้ามา เธอรีบไปยังเต็นท์ของพี่ชาย และพบว่าอิมาม ฮุซัยน (.) เผลอหลับไปขณะกำลังทำความสะอาดดาบของตน เธอยืนสงบอยู่ข้างเขาอยู่ครู่หนึ่ง

อิมามลืมตาตื่น และเมื่อเห็นเธอ เขาบอกว่าเพิ่งฝันเห็นปู่ของเขา ศาสดามุฮัมมัด (ซ็อลฯ) บิดาอาลี (.) มารดาฟาติมะฮ์ (.) และพี่ชาย ฮะซัน (..) ซึ่งบอกเขาว่าอีกไม่นานเขาจะได้ไปอยู่ร่วมกับพวกท่าน

เมื่อเห็นว่าซัยนับ (.) สะเทือนใจเพียงใดจากถ้อยคำเหล่านั้น อิมาม ฮุเซน (.) จึงปลอบเธอว่า

ขอให้พรของอัลลอฮ์อยู่กับเจ้า อย่าให้ความทุกข์ที่คนชั่วเหล่านี้จะก่อทำให้เจ้าหวั่นไหว